#เฮอแปงไจน่า โรคฮิต #เด็กอนุบาล

Last updated: Aug 26, 2020  |  2995 จำนวนผู้เข้าชม  |  ARTICLES

#เฮอแปงไจน่า โรคฮิต #เด็กอนุบาล

เฮอแปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก โรคฮิตวัยอนุบาล
ช่วงเปิดเทอมนี้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คงเคยได้ยิน โรค มือ เท้า ปาก และรู้ถึงฤทธิ์ของเชื้อไวรัสกลุ่มนี้กันบ้างแล้ว
วันนี้แม่กรีนขอเล่าในส่วนโรคที่เจอบ่อยเหมือนกัน อาการคล้ายกัน แต่รุนแรงน้อยกว่านิดหน่อย คือ เฮอแปงไจน่า หากลูกมีไข้สูง เบื่ออาหาร งอแง มีแผลในลำคอ ลองดูตามนี้ค่ะ

Herpangina (เฮอร์แปงไจนา) คือ การติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus Infection) มีแผลเปื่อยในช่องปาก เจ็บคอ เป็นไข้  ซึ่งไวรัสเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ทั้งทางปาก ระบบทางเดินหายใจ ทางน้ำสะอาด รวมถึงวัตถุที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น ผ้าขนหนู แก้วน้ำ และของเล่น เป็นต้น

เกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย  พบบ่อยในเด็กอายุ 1-7 ปี

อาการของเฮอร์แปงไจนา
หลังจากติดเชื้อประมาณ 2 วัน ***อาจมีตุ่มแดง หรือแผลเปื่อยขอบสีแดงบริเวณเพดานปากและลำคอ*** ซึ่งสร้างความเจ็บปวด แต่อาจหายได้เองใน 7 วัน เด็กบางคนอาจมีอาการแตกต่างกันไป เช่น

-ส่วนใหญ่มีไข้เฉียบพลันหรือมีไข้สูงกว่า 38.5-40 องศาเซลเซียส
-เจ็บคอ เจ็บปวดขณะกลืนอาหาร
-ปวดหัว ปวดคอ
-ต่อมน้ำเหลืองในคอบวมโต
-น้ำลายไหลยืด (ในเด็กทารก)
-อาเจียน (ในเด็กทารก)
-ปวดท้อง
-เบื่ออาหาร


อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

-เจ็บคอ หรือมีแผลในปากนานเกิน 5 วัน
-มีไข้สูงเกิน 41 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลง
-มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง อ่อนเพลีย ตาลึกโบ๋ ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้ม เป็นต้น
-อาการต่าง ๆ แย่ลง หรือมีอาการป่วยอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น

การรักษาเฮอร์แปงไจนา


โดยปกติ ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจะสร้างแอนติบอดีเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค เช่น ไวรัส และแบคทีเรีย ทำให้อาการส่วนใหญ่อาจหายได้เองภายใน 7-10 วัน และยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต

Herpangina เป็นโรคที่ต้องรักษาตามอาการ วิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ด้วย เช่น อายุ อาการของผู้ป่วย การทนต่อยา โดยแพทย์อาจแนะนำวิธีการรักษา ดังนี้

-การรักษาด้วยยา กินยาพาราเซตามอลหรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดไข้ อาการปวดและไม่สบายตัว แต่ห้ามใช้ยาแอสไพรินรักษาในเด็กและวัยรุ่น นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการปวดสำหรับช่องปากและลำคอ เช่น ยาลิโดเคน
-การบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะนมเย็น น้ำเย็น หรือกินไอศกรีม เพื่อเพิ่มปริมาณของเหลวในร่างกาย ทดแทนของเหลวที่เสียไปจากการมีไข้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มร้อน และผลไม้ตระกูลส้ม เพราะอาจทำให้เจ็บแผลในปากและคอมากขึ้น

 

:การป้องกันเฮอร์แปงไจนา


Herpangina เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ จึงควรป้องกันด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

-ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะก่อนมื้ออาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
-แยกผู้ป่วยออกจากผู้ที่มีสุขภาพดี และระมัดระวังในการดูแลผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
-ควรปิดปากและจมูกทุกครั้งเมื่อจามหรือไอ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
-ทำความสะอาดของเล่น หรือเครื่องใช้อื่น ๆ ที่ใช้ร่วมกับผู้ป่วยด้วยยาฆ่าเชื้อ
-หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำมูก ของเหลว หรือผ้าอ้อมใช้แล้วของเด็กที่ติดเชื้อ
-หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนแออัด หรือสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

 

Powered by MakeWebEasy.com